วิเคราะห์ราคาทองคำ (XAU/USD) ประจำวันที่ 31 มกราคม 2568 มีปัจจัยทางเศรษฐกิจหลายประการที่อาจส่งผลต่อราคาทองคำ (XAU/USD) ดังนี้:
1. ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ
ดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญ หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ Fed พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า และอาจกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลง
2. รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐฯ
การเพิ่มขึ้นของรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า และอาจกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลง
3. ดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (Employment Cost Index) ไตรมาสที่ 4
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจ้างงานอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้ Fed พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า และอาจกดดันราคาทองคำ
4. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อชิคาโก (Chicago PMI) ประจำเดือนมกราคม
ดัชนีที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการปรับตัวดีขึ้นของภาคการผลิตในเขตชิคาโก ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอาจกดดันราคาทองคำ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ประกาศในวันที่ 31 มกราคม 2025 ส่วนใหญ่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ พิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า และอาจกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลง
อย่างไรก็ตาม ควรติดตามการประกาศตัวเลขจริงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า และสนับสนุนราคาทองคำให้ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ปฏิทินเศรษฐกิจของ Forex Factory:

ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในเทรนด์ขาขึ้นที่ชัดเจน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาแท่งเทียนปิดเป็นสีเขียวแข็งแรง แสดงถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่งและสามารถทะลุกรอบ Sideway ได้อย่างชัดเจน
การใช้ Fibonacci Retracement:
จากการวิเคราะห์กราฟรายวัน (Daily Time Frame) พบว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นและสร้างจุดสูงสุดใหม่ (Higher High) อย่างต่อเนื่อง การใช้ Fibonacci Retracement สามารถช่วยระบุแนวรับและแนวต้านที่สำคัญได้ดังนี้:
การใช้ Stochastic Color:
Stochastic Color เป็นอินดิเคเตอร์ที่ช่วยระบุสภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือขายมากเกินไป (Oversold) โดยมีการเปลี่ยนสีเพื่อบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัม การวิเคราะห์ร่วมกับ Fibonacci Retracement สามารถช่วยในการหาจุดเข้าเทรดที่เหมาะสมได้

กรณี Buy:
เป้าหมายกำไร (Take Profit):
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): $2,748

การเข้า Sell:
เป้าหมายกำไร (Take Profit):
จุดตัดขาดทุน (Stop Loss): $2,790
หมายเหตุ: การวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรพิจารณาและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน